14 สิงหาคม 2551 เป็นวันที่หลายๆคนรอคอย รวมทั้งฉันเองด้วย
มันเป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งทีเดียวของลูกแม่โดมที่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน (บ้างไม่บ้าง)มานานอย่างน้อยก็สามปีครึ่ง อย่างมากก็เจ็ดปี
ในวันนี้ทุกคนจะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร กระดาษหนึ่งใบ(อยากบอกว่าข้างในสามใบนะ อิอิ ถ้าอยากรู้ต้องคว้ามาให้ได้แล้วลองเปิดดู)ที่ปรารถนา ....จริงหรือ
จริงๆแล้วนอกจากการได้รับกระดาษหยดน้ำหมึกบันทึกว่าคุณจบอะไร ดีกรีอะไรแล้ว พิธีนี้ยังมีมนต์ขลังอย่างน่าประหลาด โดยเฉพาะขณะที่เพื่อนพ้องทุกคณะร่วมกันขับขานบทเพลงพระราชนิพนธ์ ยูงทอง มีเพื่อนของฉันคนหนึ่งกล่าวให้ฟังหลังพิธีจบว่า อยากให้หยุดร้องเร็วๆ เพราะน้ำตาจะไหลอยู่แล้ว
ฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาซักเท่าไหร่ เมื่อร้องเพลงนี้ออกมาแล้วมันรู้สึกตื้นตันในอก ขนลุกเป็นช่วงๆ(หลินฮุยไม่เกี่ยว) บทเพลงเนื้อหากินใจ เพื่อนๆที่ร่วมเรียนด้วยกันมาไม่ว่าจะคณะไหนก็ตามได้ยืนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาจริงๆเป็นครั้งสุดท้าย เพราะต่อไปคงหาโอกาสได้ยากยิ่งที่จะได้พบกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขพร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้
ภูมิใจจริงๆที่ได้เป็นหนึ่งในศิษย์ของสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ เพราะสิ่งที่ฉันได้ไม่ใช่เพียงแค่ ปริญญาบัตรหนึ่งใบ แต่สิ่งที่ฉันได้ คือ
การได้เป็นทั้งผู้รับ และผู้ให้
ประสบการณ์ ความยินดี ความทุกข์ทน ความอดทน
การรู้จักผิดชอบชั่วดี การมี และการไม่มี
ความสงสัย ความเข้าใจ พี่น้องผองเพื่อน อาจารย์ลูกศิษย์
ยังมีหลายสิ่งอีกมากมาย ที่สะสมรวมกันหล่อหลอมเป็นคนหนึ่งคนในวันนี้ได้ ต่อไปจะเป็นตัวฉันบ้างที่จะทำประโยชน์ตอบแทนคุณมหาวิทยาลัย ประเทศชาติ และประชาชนที่ "ฉันรัก" ตราบจนหมดสิ้นสรรพละกำลัง
ปล.1ขอบคุณสำหรับคำยินดี ของขวัญทุกชิ้น การ์ดทุกใบของบุคคลที่ฉันรักทุกคนนะคะ
ปล.2เพื่อนๆอย่าลืมน้า ว่าไม่ใช่ดาราเท่านั้นที่เป็นคนของประชาชน เพราะคุณก็เป็นคนของประชาชนเช่นกัน
ปล.3อย่าลืมความเป็นลูกหมูน้อยในรั้วเหลืองแดงน้า
ปล.4สายโดมรำเพยอย่าลืมเราน้า
รอให้ผ่านทดลองแล้วค่อยทำน่ะ
ในอนาคตนะ ในอนาคต
สงสัยจะสื่อสารผิด ขออภัยขออภัย